เทคโนโลยีซินโดรม ภัยสุขภาพคุกคามคนติดหน้าจอ

เทคโนโลยีซินโดรม ภัยสุขภาพคุกคามคนติดหน้าจอ

โรคในกลุ่มออฟฟิศซินโดรมที่กำลังคุกคามชาวไซเบอร์ยุคใหม่
ผู้ชื่นชอบการเสพติดเทคโนโลยี

สมัยนี้กลายเป็นยุคที่คนใช้ “ดวงตา” จ้องหน้าจอ ใช้ “มือ” ถือแท็บเล็ต
และใช้ “นิ้ว” จิ้มและลากสมาร์ทโฟน มองไปทางไหนก็เห็นแต่คนก้ม
ทำพฤติกรรมแบบนี้ไปหมด ไม่ว่าจะกำลังนั่งรอรถเมล์ กำลังนั่งทานอาหาร
ขับรถ เดินอยู่ข้างถนน เลยไม่แปลกใจที่เราจะได้ยินคนใกล้ตัว หรือแม้แต่ตัวเองบ่นว่า รู้สึกเคืองตา ปวดตา เจ็บมือ เจ็บนิ้วอยู่บ่อย ๆ อาการเหล่านี้เป็นภัยสุขภาพแบบใหม่ที่เรียกว่า “เทคโนโลยีซินโดรม” และกำลังคุกคามชาวไซเบอร์อยู่อย่างเงียบ ๆ

น่าตกใจไม่น้อยที่ในช่วงระยะหลังมานี้มีผู้ป่วยตั้งแต่เด็กเล็กยันผู้สูงอายุ
เข้ารับการรักษาด้วยโรคเทคโนโลยีซินโดรมจำนวนมาก
และยังมีผู้ป่วยอีกมากที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองป่วยด้วยอาการดังกล่าว
ดังนั้น นพ.ฐาปนวงศ์ จึงแนะนำวิธีการสังเกตอาการของโรคเทคโนโลยีซินโดรม
เพื่อให้ตรวจสอบกันว่า ตัวคุณ หรือคนข้าง ๆ เข้าข่ายด้วยหรือไม่
ซึ่งจะมี 3 อาการหลัก ๆ คือ

1. ดวงตามีปัญหา
ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บตา ดวงตาล้า ต่ช้ำ ตาแดง แสบตา ก็สามารถเกิดขึ้นได้
หากใช้คอมพิวเตอร์ หรือจ้องจอนานเกิน 25 นาทีขึ้นไป
รวมทั้งการวางหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ได้ระดับที่เหมาะสมกับสายตา
หรือปรับความสว่างหน้าจอไม่เหมาะสม หากดวงตาตรึงอยู่กับหน้าจอ
แบบนี้เป็นเวลานาน จะเกิดอาการเกร็ง มีผลกระทบต่อระบบของการกรอกตา
และยังทำให้ระบบกล้ามเนื้อและประสาทผิดปกติด้วย

2. มีอาการทางกล้ามเนื้อกระดูก
ถ้าใครเป็นคนที่ต้องนั่งทำงานนาน ๆ แล้วยังนั่งไม่ถูกท่า ต้องก้ม ๆ เงย ๆ
อยู่ทุกวัน สุดท้ายแล้วอาการปวดคอ ปวดบ่า ปวดหลัง ปวดเอว ปวดนิ้วมือ
ตามมาอย่างแน่นอน

3. เสพติดเทคโนโลยี
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ลองไม่ได้หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเช็กเฟซบุ๊กสัก 10 นาที
ก็รู้สึกกระวนกระวายแล้ว หรือโพสต์ภาพไปเมื่อกี้ก็ว้าวุ่นใจ
อยากรู้ว่าจะมีใครมากดไลค์หรือยังนะ หรือแม้เพียงเข้าอินเทอร์เน็ตไม่ได้
เพียงแค่ไม่กี่นาทีก็รู้สึกหงุดหงิดสุด ๆ จนกลายเป็นความเครียด
แบบนี้เข้าข่ายเป็นคนติดเทคโนโลยีแล้ว เพราะไม่สามารถควบคุมตัวเอง
ให้อยู่ห่างจากโลกไซเบอร์ได้เลย

“การนอน” คือวิธีการรักษาโรคเทคโนโลยีซินโดรมได้ดีที่สุด
เพราะจะทำให้เราไม่หมกมุ่นกับสิ่งเหล่านี้มากเกินไป
ดังนั้น จึงควรนอนไม่ต่ำกว่าวันละ 7 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังอาจใช้การ
“ประคบเย็น” ช่วยให้ผ่อนคลายได้

วิธีการประคบเย็น ก็คือ นำผ้าไปแช่ในตู้เย็น หรือชุบในน้ำเย็น วางทาบบนศีรษะจากขมับซ้ายมาขมับขวา โดยไม่ต้องกด ขยี้ หรือคลึง แล้วทาบผ้าทับหน้าผาก ตา และจมูก วางจนกว่าผ้าจะหมด จากนั้น ให้นำผ้ามาชุบน้ำเย็นต่อ ทำติดต่อกันประมาณ 20 นาที วันละ 2 ครั้ง จะช่วยให้อาการดีขึ้น และวิธีนี้ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์บ่อย ๆ

ส่วนใครที่มีอาการติดเทคโนโลยีแบบว่าอยู่ห่างแทบไม่ได้เลย
คุณหมอ ก็แนะนำให้หากิจกรรมอื่นทำบ้าง เช่น อ่านหนังสือ ออกไปเที่ยว
ไปออกกำลังกาย อย่าเอาแต่จ้องหน้าจออย่างเดียว และถ้าไม่อยากปวดตา
ก็พยายามพักสายตาประมาณ 1-5 นาที หลังจากเล่นคอมพิวเตอร์
สมาร์ทโฟนทุก ๆ 25-30 นาที เพื่อให้สายตาไม่อ่อนล้าจนเกินไป

โรคที่เกิดจากการทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ เดิม ๆ แบบนี้ บทจะป่วยก็มาเร็วติดจรวดชอย่างที่คาดไม่ถึงเลยล่ะ เอาเป็นว่าใครที่เริ่มเข้าข่ายจะเป็นเหยื่อของโรคเทคโนโลยีซินโดรม
ก็พยายามลดละการใช้เทคโนโลยีลงหน่อยดีกว่านะ เลิกจ้องหน้าจอชั่วครู่
แล้วไปหากิจกรรมสนุก ๆ ทำบ้างดีกว่าเนอะ

ที่มา
tristarhealthcare.net
http://www.yourgoodbody.com/…/เทคโนโลยีซินโดรม-ภัยสุขภาพคุก…